|
|

พระอธิการประภาส โชติปญฺโญ พรรษา 15 น.ธ.เอก ป.ธ.3
เจ้าอาวาสวัดหนองขนาก
เลขานุการเจ้าคณะตำบลสุขไพบูลย์
|
สัพพะธานัง ธัมมะธานัง ชินาติ
การให้ธรรมเป็นธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง
ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ทุกๆท่าน
|
คำสอนพระพุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ |
|
เรื่อง คนใจไม่เป็นทุกข์ และทุกข์ไปตามกาย |
คนประเภทไหนเมื่อร่างกายเป็นทุกข์ จิตใจก็พลอยเป็นทุกข์ไปด้วย
พระสารีบุตร ตอบ ดูก่อนคฤหบดี ปถุชนในโลกนี้ผู้มิได้เรียนรู้มิได้เห็นพระอริยเจ้า ไม่ฉลาดในธรรมของ
พระอริยะ ย่อมเห็น รูป....เวทนา....สัญญา....สังขาร....วิญญาณ....ย่อมเห็นในตนในรูป....เวทนา...สัญญา
สังขาร...วิญญาณ ย่อมเห็นรูปตนในรูป ..เวทนา...สัญญา..สังขาร...วิญญาณเป็นองของเรา รูปเป็นของเรา
ย่อมแปรปวนไปเป็นอย่างอื่น ความโศก ความคร่ำครวญ ความทุกข์ ความขัดเคือง ความตรอใจย่อมเกิดขึ้น
ดูก่อน..........คฤหบดี ด้วยเหตุนี้อย่างนี้แล บุคคลจึงเชื่อว่า มีกาย กระสับกระส่าย และจิตกระสับกระส่าย
ดูก่อน..........คฤหบดี อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ได้เรียนรู้แล้ว ได้เห็นพระอริยเจ้า ฉลาดในธรรมของ
พระอริยะ ย่อมไม่เห็นรูป ( เป็นต้น ) ว่าเป็นตน ย่อมไม่เห็นตนมีรูป ( เป็นต้น ) ไม่อยู่ด้วยความถือมั่นว่าเรา
มีรูป ( เป็นต้น ) รูปเป็นของเรา เมื่อเราเห็นรูป...เวทนา...สัญญา....สังขาร...วิญญาณ...แปรปวนเป็นอย่างอื่น
ความโศกกาย กระสับกระส่ายย่อมไม่เกิดขึ้น ดูก่อนท่านทั้งหลาย อย่างนี้แลที่เรียกว่า..............................
บุคคลกายกระสับกระส่าย แต่หาจิตกระสับกระส่ายไม่........ |
บทอธิบายจากพระอาจารย์ |
สรุปแล้วก็คือว่าคนเราไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็น นั้นกายเรา ของเรา บ้านเรา รถเรา ทรัพย์เรา ลูกสามีภรรยาเรา
จนเกินไป ไม่ยึดมั่นในโลกจนเกินไป ไม่ถือตนจนเกินไป ไม่หลงในลาภ ยศ สรรเสริญ จนเกินไป ไม่แสวงหา
ทรัพย์ในทางที่ผิดธรรมนองครองธรรม........รับรองเราไม่ทุกข์กาย-ทุกข์ใจแน่ นอน................ |
คนเราจะทำอะไรให้สำเร็จต้องมีธรรมบทนี้ คือ อิทธิบาท ๔ ประการ |
๑.ฉันทะ พอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
๒.วิริยะเพียรหมั่นประกอบสิ่งนั้นอยู่เนืองๆ
๓.จิตตะ คือ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
๔.วิมังสา คือ หมั่นตริตรองพิจารณาหาเหตุผลในสิ่งนั้นๆ
อธิบาย อิทธิบาท ๔ คือ ธรรมเป็นเครื่องให้บุคคลบรรลุความดี เปรียบล้อรถนำเราไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ
ผู้ประกอบกิจการทั้งปวง ต้องพอใจในงานนั้น แล้วมีความพยามขยันในงานนั้น ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนือย สนใจ
อยู่เสมอ เมื่องานนั้นสำเร็จก็ต้องสำรวจตรวจตราจนมั่นใจ ท่านเรียกธรรมบทนี้ว่า....อิทธิบาท ๔
ไม่ว่าเราจะทำการสิ่งใด เรียนหนังสือ ทำงานทุกๆอย่าง ก็ต้องอาศัย อิทธิบาท ๔ จึงจะสำเร็จลงไปได้ ถ้าคนเรา
ไม่มี ฉันทะ ไม่มีความพอใจในงานนั้น ไม่มี วิริยะ ไม่มีความเพียรพยามทำงานนั้นๆ ไม่มีจิตตะไม่เอาใจฝักใฝ่
ในงานนั้นๆ ไม่มี วิมังสา ไม่ใช้ปัญญาพิจารณางานนั้น ๆ ถามว่าสิ่งที่เราจะสำเร็จลุล่วงได้หรือไม่...... |
ลักษณะตัดสินพระธรรมวินัย ๘ ประการ
หมวด ๑ ธรรมพวกนี้ไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้าคือ |
- ๑.ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความกำหนัดย้อมใจ
๒.ธรรมเเหล่าใดเป็นไปเพื่อความประกอบทุกข์
๓.ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อความสะสมกองกิเลส
๔เป็นไปเพื่อความอยากใหญ่
๕.เป็นไปเพื่อความไม่สันโดษ คือยินดีด้วยของที่มีอยู่ คือมีแล้วอยากได้นั้น
๖.เป็นไปเพื่อความคลุกคลีด้วยหมู่คณะ
๗.เป็นไปเพื่อความเกียจคร้าน
๘.เป็นไปเพื่อความเลี้ยงยาก
- ธรรมเหล่านี้ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า ไม่ใช่ธรรม ไม่ใช่วินัย ไม่ใช่คำสั่งสอนของพระศาสดา
|
ลักษณะตัดสินพระธรรมวินัย ๘ ประการ
หมวด ๒ ธรรมเหล่านี้คือ วินัย คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า มี
|
- ธรรมเหล่าใดเป็นไปเพื่อ
๑.ปราศจากความกำหนัด
๒.ปราศจากทุกข์
๓.ปราศจากความไม่สะสมกองกิเลส
๔.เพื่อความอยากอันน้อย คือไม่ทะเยอทะยานอยากได้นั่นอยากได้นี้
๕.เพื่อความสันโดษยินดีด้วของที่ตนเองมีอยู่
๖.เพื่อความไม่คลุกคลีกับหมู่คณะ
๗.เพื่อความเพียร
๘.เพื่อความเลี่ยงง่าย
ธรรมเหล่านี้ท่านทั้งหลาย พึงรู้ไว้ว่า เป็นธรรม เป็นวินัย เป็นคำสอน ของพระศาสดา
|
การทำเว็บไซท์เพื่อพระพุทธศาสนาของเรา |
การจัดทำเว็บไซท์เพื่อพระพุทธศาสนาของเรา จัดทำขึ้นเป็นเว็บไซท์แรกองคณะสงฆ์อำเภอเสิงสางซึ่งยัง
ไม่มีใครที่คิดจะทำเว็บไซท์ พอดีอาตมาภาพ/ผม ได้เข้าไปปรึกษากับเจ้าคณะตำบลสุขไพบูลย์ ท่านก็มอง
เห็นความสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอยู่แล้ว ท่านก็อนุมัติให้จัดสร้างเว็บไซท์ขึ้นมาได้ ในส่วนตัว
แล้วก็มีความรู้ในด้านการเขียนเว็บไซท์อยู่บ้าง จึงทำในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2547 ที่ผ่านมาในปัจจุบัน
เว็บไซท์ นี้ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2550 อายุครบ 3 ปี การทำเว็บเป็นการโฆษณาในทางอินเตอร์เน็ตที่ถูกมาก
เพราะเราไม่มีทีวี-หนังสือมาคอยโฆษณาช่วย ไม่ใช่พวกข่าว การเมือง บันเทิง ข่าวดารา ไม่ดัง แต่ก็แปลก
ว่าเวลาพระท่านจัดงานอบรมธรรม ปฏิบัติธรรม กับไม่มีคนสนใจ แต่พอทำอะไรผิดบ้างนิดเดียวก็ช่วย
กันประโคมข่าวไปทั่วประเทศ ท่านญาติโยม มีความเห็นยังไง ละ... เราชาวพุทธลองใช้ปัญญาพิจารณาเอา
และสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด้เลย ทำเพื่อพระศาสนาแบบจริง แบบถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา แล้วกัน ยังท่าน
สาธุชนคนดีทั้งหลายขอให้รักษาศีล สมาทานศีลเว้นจาก การฆ่า เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นการจาการทำ
ผิดประเพณี ล่วงเกินลูกสามี ภรรยาคนอื่น เว้นจากการพูดเท็จ โกหก คำหยาบ เพ้อเจ้อ เว้นจากการ
ดื่มสุรา เมรัยและสิ่งเสพติดทั้งปวง ก็จะเจริญด้วย อายุ วรรณ ะตลอดไป |
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด 30 ตุลาคม 2550 |
มีผู้ชมหน้านี้ จำนวน ท่าน |